🔵 ทุกเดือน — deadline คงที่ วันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ส่งเงินสมทบประกันสังคม (มาตรา 33)
ทุกเดือน
Deadline: วันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงิน
พ.ร.บ. ประกันสังคม 2533 มาตรา 47
▼ ดูรายละเอียด / บทลงโทษ
นายจ้างหักเงินสมทบจากลูกจ้าง 5% ของค่าจ้าง (ฐานสูงสุด 15,000 บาท = สูงสุด 750 บาท/คน/เดือน) + นายจ้างสมทบเพิ่มเท่ากัน
สำหรับ ACEP: พนักงานสายสนับสนุน (ธุรการ รปภ. แม่บ้าน เจ้าหน้าที่) อยู่ในระบบประกันสังคม ม.33
ครูและบุคลากรทางการศึกษาอาจอยู่ในกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน (สช.) แทน — ต้องแยกตรวจสอบ
บทลงโทษหากส่งล่าช้า: เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของเงินค้างส่ง + โทษอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่งเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (สะสม + สมทบ)
เริ่ม 1 ต.ค. 2569
Deadline: วันที่ 15 ของเดือนถัดไป — เริ่มบังคับ 1 ตุลาคม 2569
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน หมวด 13 + พระราชกฤษฎีกา 2567
▼ ดูรายละเอียด / อัตรา
อัตรา ปี 2569–2573: ลูกจ้างสะสม 0.25% + นายจ้างสมทบ 0.25% ของค่าจ้างรวม
อัตรา หลัง 1 ต.ค. 2573: เพิ่มเป็น 0.50% ฝ่ายละ
⚠️ มติ ครม. 26 ส.ค. 2568: เลื่อนจาก 1 ต.ค. 2568 เป็น 1 ต.ค. 2569
ต้องยื่นแบบรายชื่อลูกจ้างล่วงหน้าก่อนวันบังคับใช้
ยกเว้น: นายจ้างที่จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อยู่แล้ว อาจได้รับยกเว้น — ต้องตรวจสอบ
บทลงโทษหากไม่ส่ง: เงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของเงินค้างส่ง
จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด
ทุกเดือน
Deadline: ตามรอบที่กำหนด — อย่างน้อย 1 ครั้ง/เดือน
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 70
▼ ดูรายละเอียด / บทลงโทษ
ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานวันหยุดต้องจ่ายอย่างน้อย 1 ครั้ง/เดือน
กรณีเลิกจ้าง: ต้องจ่ายทุกรายการภายใน 3 วัน นับจากวันเลิกจ้าง
บทลงโทษ: ดอกเบี้ย 15% ต่อปีระหว่างเวลาผิดนัด · หากจงใจโดยปราศจากเหตุผล: เงินเพิ่ม 15% ทุก 7 วัน + โทษอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
📌 มกราคมทุกปี
ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานประจำปี
ทุกปี — ม.ค.
Deadline: ภายในเดือนมกราคมของทุกปี
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 115/1 (นายจ้างที่มีลูกจ้าง ≥ 10 คน)
▼ ดูรายละเอียด
ยื่นต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย
พนักงานตรวจแรงงานจะส่งแบบฟอร์มให้นายจ้างล่วงหน้าในเดือนธันวาคม
หากข้อมูลเปลี่ยนแปลง ต้องแจ้งภายในเดือนถัดจากที่เปลี่ยนแปลง
บทลงโทษ: ปรับไม่เกิน 20,000 บาท (หลังได้รับหนังสือเตือนแล้วไม่ยื่นใน 15 วัน)
📌 ก่อนสิ้นปีปฏิทิน / ต้นปีการศึกษา
ประกาศวันหยุดตามประเพณีประจำปี
ทุกปี
Deadline: ประกาศล่วงหน้าก่อนต้นปี — ≥ 13 วัน รวมวันแรงงาน
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 29
▼ ดูรายละเอียด
ต้องประกาศล่วงหน้าเป็นรายปี ≥ 13 วัน
วันแรงงานแห่งชาติ (1 พ.ค.) เป็นบังคับรวมอยู่ด้วย
หากวันหยุดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์: ต้องให้หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป
หากไม่อาจให้หยุดได้: ต้องตกลงกับลูกจ้าง จ่ายค่าทำงานวันหยุด หรือเลื่อนหยุดวันอื่น
บทลงโทษ: ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
📌 ตลอดปี — ต้องมีและรักษาไว้เสมอ
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน (Work Regulations)
ต้องมีตลอด
Deadline: จัดทำทันทีเมื่อมีลูกจ้าง ≥ 10 คน · แก้ไขให้เสร็จใน 7 วัน
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 108
▼ ดูหัวข้อบังคับที่ต้องมี
ต้องครอบคลุมอย่างน้อย 8 หัวข้อ:
(1) วันทำงาน เวลาทำงาน เวลาพัก
(2) วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
(3) หลักเกณฑ์ OT และวันหยุด
(4) วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง / OT / วันหยุด
(5) วันลาและหลักเกณฑ์การลา (ต้องอัปเดตลาคลอด 120 วัน)
(6) วินัยและโทษทางวินัย
(7) การร้องทุกข์
(8) การเลิกจ้าง ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ
ต้องส่งสำเนาอธิบดีภายใน 7 วัน + ปิดประกาศในที่เปิดเผย
บทลงโทษ: ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ทะเบียนลูกจ้างและเอกสารการจ่ายค่าจ้าง
ต้องมีตลอด
Deadline: จัดทำใน 15 วันนับแต่ลูกจ้างเข้างาน · เก็บ ≥ 2 ปีหลังสิ้นสุดสัญญา
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 112-115
▼ ดูรายละเอียด
ทะเบียนลูกจ้าง: ชื่อ เพศ สัญชาติ วันเกิด ที่อยู่ วันเริ่มจ้าง ตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง วันสิ้นสุด
เอกสารการจ่ายค่าจ้าง: วัน/เวลาทำงาน ผลงาน อัตราและจำนวนที่จ่าย
หากมีคดีหรือข้อพิพาท: ต้องเก็บไว้จนกว่าคำพิพากษาถึงที่สุด
⚠️ สำคัญมากสำหรับคดีฎีกา ร.315-322/2567 ที่ ACEP กำลังเผชิญอยู่
วันลาพักผ่อนประจำปี (Annual Leave)
ตลอดปี
Deadline: ลูกจ้างครบ 1 ปี → สิทธิ ≥ 6 วันทำงาน/ปี
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 30
▼ ดูรายละเอียด
กำหนดวันหยุดล่วงหน้าหรือตกลงกับลูกจ้าง สะสมและเลื่อนได้ถ้าตกลงกัน
หากเลิกจ้าง: ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนที่เหลือและสะสม (ม.67)
วันหยุดประจำสัปดาห์ — ≥ 1 วัน/สัปดาห์
ตลอดปี
Deadline: ระยะห่างวันหยุดต้องไม่เกิน 6 วัน
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 28
วันลาป่วย — จ่ายค่าจ้างระหว่างลา ≤ 30 วัน/ปี
ตลอดปี
Deadline: ลาป่วยตามจริง ≥ 3 วันทำงาน: นายจ้างขอใบแพทย์ได้
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 32, 57
สถานะกฎหมายล่าสุด (มิถุนายน 2569):
• พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 — บังคับใช้แล้วตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568
• กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง — เลื่อนเป็น 1 ตุลาคม 2569 (ตามมติ ครม. 26 ส.ค. 2568)
• ค่าจ้างขั้นต่ำ — ปรับ 400 บาท/วัน บางพื้นที่ มีผล 1 กรกฎาคม 2568
• พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับปรับปรุงล่าสุดที่กรมสวัสดิการฯ จัดทำ: ถึงฉบับที่ 8 (2566)
🆕 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9 — บังคับใช้แล้ว 7 ธ.ค. 2568
🔴 ลาคลอด: เพิ่มเป็น 120 วัน (เดิม 98 วัน) — ต้องแก้ข้อบังคับด่วน
บังคับแล้ว
มีผลบังคับ: 7 ธันวาคม 2568 — ข้อบังคับ ACEP ยังไม่อัปเดต = ผิดกฎหมาย
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 41, 59 (แก้ไข ฉบับที่ 9)
▼ ดูรายละเอียดทั้งหมด
สิทธิลูกจ้างหญิง: ลาคลอดได้ 120 วัน ต่อครรภ์ (รวมวันหยุดระหว่างลา)
นายจ้างจ่ายค่าจ้าง: ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน
ส่วนที่เกิน 60 วัน: ประกันสังคมจ่าย (สำหรับลูกจ้างที่อยู่ในระบบ ม.33)
กรณีพิเศษ: บุตรเจ็บป่วยรุนแรง / มีความผิดปกติ / พิการ
→ ลาเพิ่มได้อีก ≤ 15 วัน ได้รับค่าจ้าง 50%
⚠️ Action Required: ACEP ต้องแก้ข้อบังคับการทำงานหมวดลาคลอด และส่งสำเนาอธิบดีภายใน 7 วันหลังแก้ไข
บทลงโทษ: ปรับไม่เกิน 20,000 บาท / จำคุกไม่เกิน 6 เดือน (กรณีฝ่าฝืน)
ลาดูแลคู่สมรสที่คลอดบุตร — สิทธิใหม่ ≤ 15 วัน
บังคับแล้ว
มีผลบังคับ: 7 ธันวาคม 2568
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9
ลูกจ้าง (ชายหรือหญิง) มีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน ได้รับค่าจ้างระหว่างลา — ต้องเพิ่มในข้อบังคับการทำงาน
ลาตรวจครรภ์ก่อนคลอด — สิทธิใหม่
บังคับแล้ว
มีผลบังคับ: 7 ธันวาคม 2568
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9
ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอด ได้รับค่าจ้างระหว่างลา — ต้องเพิ่มในข้อบังคับการทำงาน
🆕 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง — เริ่ม 1 ต.ค. 2569
ยื่นแบบรายชื่อลูกจ้างก่อนวันบังคับใช้ + ตั้งระบบหักเงิน
เตรียมตัว Q3/2569
เริ่มส่งเงิน: 1 ตุลาคม 2569 (เลื่อนจาก 1 ต.ค. 2568 ตามมติ ครม.)
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 130-131 + พระราชกฤษฎีกา 2567
▼ ดูอัตราและขั้นตอน
อัตราระยะแรก (ต.ค. 2569 – ก.ย. 2573):
ลูกจ้างสะสม 0.25% + นายจ้างสมทบ 0.25% ของค่าจ้างรวม
อัตราระยะที่สอง (ต.ค. 2573 เป็นต้นไป):
เพิ่มเป็น 0.50% ฝ่ายละ
ขั้นตอนที่ต้องทำ:
1. ยื่นแบบรายชื่อลูกจ้างต่อกรมสวัสดิการฯ ก่อน 1 ต.ค. 2569
2. ตั้งระบบหักเงินจากค่าจ้างทุกรอบ
3. นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทุกเดือน
ยกเว้น: นายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ตามกฎกระทรวง 2567 อาจยกเว้นได้ — ต้องตรวจสอบกับกรมสวัสดิการฯ
บทลงโทษ: เงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของเงินค้างส่ง
💰 ค่าจ้างขั้นต่ำ — มีผล 1 ก.ค. 2568
ตรวจสอบค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสมุทรสาคร
ต้องตรวจสอบ
มีผล: 1 กรกฎาคม 2568 — บางพื้นที่ 400 บาท/วัน
ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 13
ต้องยืนยันอัตราเฉพาะสมุทรสาคร และตรวจว่าลูกจ้างสายสนับสนุนทุกคนได้รับไม่น้อยกว่าขั้นต่ำ หากต่ำกว่า ต้องปรับทันที
⏱ Timeline 2569 — กำหนดการสำคัญ
15 ทุกเดือน
ส่งเงินสมทบประกันสังคม — ห้ามล่าช้าเด็ดขาด เงินเพิ่ม 2%/เดือน
ม.ค. 2569
ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง ประจำปีต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
มิ.ย.–ก.ค. 2569 (ประมาณ)
ประกาศวันหยุดตามประเพณี ปีการศึกษา / ปีปฏิทินถัดไป
ก.ค.–ก.ย. 2569
เตรียมระบบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง — ยื่นแบบรายชื่อ ตั้งระบบหัก ก่อน 1 ต.ค.
1 ต.ค. 2569
🔴 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มบังคับ — เริ่มหักและส่งเงิน 0.25% ฝ่ายละ ทุกวันที่ 15
ธ.ค. 2569
รับแบบสภาพการจ้างจากพนักงานตรวจแรงงาน สำหรับยื่นปี 2570
🎯 Action Items ด่วน — สิ่งที่ ACEP ต้องทำตอนนี้
1. แก้ข้อบังคับการทำงาน — อัปเดตลาคลอด 120 วัน + ลาดูแลคู่สมรส + ลาตรวจครรภ์
⚡ ด่วนที่สุด — ค้างอยู่
กฎหมายมีผลแล้วตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 — ทุกวันที่ข้อบังคับยังไม่อัปเดตถือว่าผิดกฎหมาย ต้องแก้และส่งสำเนาอธิบดีภายใน 7 วัน
2. ตรวจสอบค่าจ้างขั้นต่ำสมุทรสาคร และปรับให้ถูกต้อง
ทำด่วน
ยืนยันอัตราประกาศฉบับที่ 13 สำหรับสมุทรสาคร ตรวจว่าลูกจ้างสายสนับสนุนทุกคนได้รับไม่น้อยกว่าขั้นต่ำ
3. เตรียมระบบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ก่อน 1 ต.ค. 2569
Q3/2569
ยื่นแบบรายชื่อลูกจ้าง ตั้งระบบหักเงิน 0.25% จากเงินเดือน และเตรียมระบบนำส่งรายเดือน ตรวจสอบว่า ACEP มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ยกเว้นได้หรือไม่
4. ตรวจสอบและเก็บเอกสารทะเบียนลูกจ้าง / เอกสารค่าจ้างให้ครบ
ทำด่วน
เกี่ยวข้องกับคดีฎีกา ร.315-322/2567 โดยตรง — เอกสารต้องเก็บจนกว่าคำพิพากษาถึงที่สุด (มาตรา 115 วรรคสอง)